ปราสาทไฮเดนเบอร์ก
educationresearch


 

                     สวัสดีครับ นี่ก็เข้าหน้าหนาวกันอีกแล้ว หนาวๆอย่างนี้ เราไปเที่ยวที่ที่มีหิมะกันดีไหมครับ ไปแถวๆเยอรมันก็แล้วกันนะ

                เยอรมัน  เป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากประเทศหนึ่ง เพราะมีทั้งประวัติศาสตร์ที่เป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญ  มีเทคโนโลยีและ สถาปัตยกรรมที่ทันสมัย  และ มีธรรมชาติที่สวยงาม แต่ด้วยเนี้อที่จำกัด คราวนี้จะขอพาไปเที่ยวชมเฉพาะปราสาทเก่าแก่ก่อนนะครับ

                ผู้อ่านทุกท่านเป็นแบบนี้ไหมครับเมื่อตอนที่เป็นเด็ก อ่านหนังสือนิทานคราใด ในเรื่องก็จะมีปราสาทอยู่บนหน้าผาสูงชัน มีทหารอารักขาเจ้าชาย หรือเจ้าหญิง หนังสือบางเล่มก็มีรูปปราสาทเป็นลายเส้น บางเล่มก็ไม่มี เราก็จินตนาการเอาว่าปราสาทหน้าตาจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ และแอบหวังไว้ว่า สักวันเราคงมีโอกาสได้เห็นรูปหรือกระทั่งเข้าไปอยู่ในปราสาทจริงๆสักที

                ในโลกนี้มีปราสาทโบราณที่รักษาสภาพได้สมบูรณ์แบบไม่กี่แห่ง ปราสาท    ไฮเดนเบอร์ก เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ปราสาทแห่งนี้มีชื่อเรียกตามชื่อเมืองนี้ คือเมืองไฮเดนเบอร์ก เราสามารถมองเห็น ปราสาทอย่างชัดเจนได้จากในตัวเมือง แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปชื่นชมปราสาทกันที่บริเวณบนสะพานเก่า ซึ่งเป็นชื่อที่แปลจากภาษาอังกฤษ นั่นคือสะพานที่ชื่อว่า      โอลด์บริดจ์

                สะพานนี้เป็นสะพานขนาดใหญ่ สร้างข้ามแม่น้ำเนกก้า เรือสินค้าสามารถเล่นผ่านใต้สะพานได้ ที่หัวสะพานมีซุ้มสะพานขนาดใหญ่และสวยงาม ถัดจากซุ้มมีรูปปั้นขนาดใหญ่

                จากสะพานมองขึ้นไปเหนือหลังคาบ้านเรือน และอาคารของตัวเมือง จะพบยอดเขาน้อยใหญ่ ลดหลั่นกันอย่างงามตา ที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง ระดับกลางเทือกเขา จะมองเห็นปราสาทขนาดใหญ่  หยอกล้อกับปุยเมฆบนยอดเขา  บางส่วนของปราสาทตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชัน และบางส่วนก่อเป็นกำแพงสูง สะกดทุกสายตาที่ชื่นชม ช่างเหมือนกับภาพวาดที่เคยเห็น ช่างเหมือนกับความฝัน ที่จินตนาการ

                     มันเหมือนมีแรงดึงดูดเราให้อยากจะขึ้นไปบนปราสาทนั้นในทันที  ซึ่งสามารถทำได้ทั้งด้วยการเดินขึ้นไป และนั่งรถขึ้นไป ด้วยถนนที่แคบและสูงชัน

                จากปราสาทเมื่อมองลงมาเราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เห็นเมือง เห็นโบสถ์แม่น้ำเนกก้า และสะพานโอลด์บริดจ์ เห็นวิถีชีวิต ที่อยู่ไกลออกไปสุดสายตา

                สิ่งมหัศจรรย์ในปราสาทมีมากมายทั้งตัวอาคาร  พระราชวัง และสิ่งก่อสร้างที่เป็นตำนานเล่าขาน 

ตำนานที่สำคัญและปรากฏหลักฐานให้เห็นอยู่ทุกวันนี้คือ ประตูแห่งความรักที่สร้างเสร็จในคืนเดียวเรียกในชื่อภาษาอังกฤษว่า One night gate  ประตูนี้ตามตำนานเล่าว่า พระราชาทรงรักพระชายามาก เย็นวันหนึ่งพระชายาได้มองไปที่สนามหญ้าแล้วคุยกับพระราชาว่า ที่ตรงนั้นถ้ามีสวนหย่อมเล็กๆ   ก็จะทำให้สนามเมื่อมองจากมุมนี้สวยขึ้นมาก  ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเช้า พระชายาตื่นขึ้นมา มองออกไปที่สนาม ก็ทรงเห็นสวยหย่อมที่สวยงาม ในสวนหย่อมมีประตูปูนปั้นขนาดกลาง เป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่งแสดงว่าทั้งสวนและประตูใช้เวลาสร้างเพียงคืนเดียว ที่พระราชาสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อพระชายา  ปัจจุบันนี้จึงมีคู่รักจำนวนมากนิยมมาทำพิธีแต่งงาน ณ สถานที่แห่งนี้

                นอกจากประตูแห่งความรัก ปราสาทที่นี่ยังมีถังเบียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จำนวนสองถัง ใบหนึ่งขนาดความสูงตึกสองชั้น อีกใบหนึ่งมีความสูงของถังขนาดตึกสามชั้น ในสมัยโบราณพระราชาใช้สำหรับเก็บบ่มไว้นานๆทำให้มีรสชาติดี

                นอกจากนี้อาคารพระราชวังหลังหนึ่ง ในปัจจุบัน ก็ยังรักษาสภาพของอาคารไว้ได้อย่างดี และใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงลักษณะของร้านขายยาโบราณ ที่น่าสนใจ เป็นลักษณะนิทรรศการถาวร ที่มีทั้งอุปกรณ์ผลิตยา ยา ขวดบรรจุยา ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อีกด้วย

                ท่ามกลางความหนาวเย็นเรากลับอบอุ่นกับความยิ่งใหญ่ในอดีตยิ่งนัก

                ท่ามกลางอุปสรรค์ มนุษย์ก็ฝ่าฟันเอาชนะทุกสิ่ง รังสรรค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

               นี่คือปราสาทในเทพนิยายที่มีอยู่จริง

                   แล้วจะพาไปเที่ยวอีกนะ บ๊ายบาย…………